บทที่ 20 ลูกข้าย่อมมีเหตุผล

เจียงเหวินโจวยังไม่ละสายตาจากบุตรสาว

ครั้งสุดท้ายที่เขากลับจวน เจียงหว่านอี๋

ยังไม่ยอมแม้แต่จะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเซี่ยจิ่งเหิง

ตอนนั้นเพียงเห็นเด็กหนุ่มเดินผ่าน นางก็ขมวดคิ้วแล้ว

แต่วันนี้กลับยืนอยู่ข้างกัน แถมยังมีแปลงผัก

อยู่ตรงกลาง เรื่องนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็แปลก

“หว่านหว่าน”

“เจ้าคะ”

“เหตุใดจึงอยากปลูกผัก”

คำถามเดียวกันอีกแล้ว

เจียงหว่านอี๋เริ่มรู้สึกว่าทุกคนในจวน

สนใจแปลงผักของนางมากเกินไป

นางก็แค่ปลูกผักเท่านั้น จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือ

“ข้าอยากปลูกเจ้าค่ะ”

เจียงเหวินโจวพยักหน้า

“อ้อ”

เจียงหว่านอี๋กะพริบตา จบแล้วหรือ?

นางเตรียมเหตุผลไว้ตั้งหลายอย่าง

ทั้งเรียนรู้เรื่องการเพาะปลูก ทั้งลองทำสิ่งใหม่

หรือหากจนหนทางจริง ๆ ก็ยังมีคำว่า

‘ข้าชอบ’ เอาไว้ใช้ แต่ท่านพ่อกลับถามเพียงเท่านี้

“ท่านไม่ถามต่อหรือเจ้าคะ”

“เจ้าบอกว่าอยากปลูกแล้วมิใช่หรือ เช่นนั้นก็ปลูก”

เจียงหว่านอี๋ยิ้มกว้าง

สมกับเป็นท่านพ่อของนาง

เซี่ยจิ่งเหิงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลมองสองพ่อลูกเงียบ ๆ

ทันใดนั้นเขาก็คล้ายจะเข้าใจบางอย่างขึ้นมา

ที่แท้คุณหนูใหญ่ไม่ได้เพิ่งกลายเป็นคนไม่มีเหตุผล

นางถูกเลี้ยงมาเช่นนี้ตั้งแต่แรก

เจียงหว่านอี๋หันไปเห็นสายตาของเขาพอดี

“เจ้ามองอะไร”

“ไม่ได้มองอะไร”

“เจ้ามองอยู่ชัด ๆ”

“ข้าเพียงคิดบางอย่าง”

เด็กหญิงหรี่ตา

“คิดอะไร”

เซี่ยจิ่งเหิงนิ่งไป

“ไม่มีอะไร”

เจียงหว่านอี๋รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องดี

แต่นางยังไม่ทันซักต่อ เจียงเหวินโจวก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน

“จิ่งเหิง”

เด็กหนุ่มหันกลับมา

“ขอรับ”

“เจ้าเป็นคนสอนนางปลูกหรือ”

เซี่ยจิ่งเหิงเหลือบมองเด็กหญิงข้างกาย

“ขอรับ”

“ข้าไม่ได้ให้เขาปลูกแทนข้านะเจ้าคะ”

เจียงหว่านอี๋รีบแทรก

ไม่รู้เพราะเหตุใด นางรู้สึกว่าต้องอธิบายเรื่องนี้

“ข้าปลูกเอง เขาแค่สอน”

กล่าวจบยังยกมือขึ้นมาให้บิดาดู ราวกับเป็นหลักฐาน

ตรงปลายนิ้วยังมีรอยแดงจาง ๆ จากการจับดินเมื่อวาน

เจียงเหวินโจวมองมือเล็กนั้น ก่อนหันไปหาเซี่ยจิ่งเหิง

“นางทำเองจริงหรือ”

“จริงขอรับ”

“ทั้งหมด?”

“เกือบทั้งหมดขอรับ”

“เกือบ?”

เจียงหว่านอี๋หันขวับ

“เซี่ยจิ่งเหิง!”

เด็กหนุ่มหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนแก้คำอย่างสงบ

“คุณหนูใหญ่หว่านเมล็ดเองขอรับ”

“แล้วอย่างอื่นเล่า”

เจียงเหวินโจวถามต่อด้วยความสนใจ

“ข้าช่วยกลบดิน”

เจียงหว่านอี๋เม้มปาก

เหตุใดท่านพ่อจึงต้องถามละเอียดถึงเพียงนี้

แค่ผักสองแปลงเท่านั้นเอง

นางเท้าเอว ก่อนเงยหน้ามองบิดา

“ท่านพ่อ หากท่านว่างถึงเพียงนี้ ไม่กลับไปอ่านฎีกาหรือเจ้าคะ”

เจียงเหวินโจวเลิกคิ้ว

เมื่อครู่ยังไม่ชอบฎีกาของเขาอยู่เลย

ตอนนี้กลับไล่เขาไปอ่านเสียแล้ว

“พ่อเพิ่งกลับมา เจ้าก็จะไล่พ่อแล้วหรือ”

เด็กหญิงอึ้งงัน

“ข้าไม่ได้ไล่เจ้าค่ะ"

“เมื่อครู่ผู้ใดบอกให้พ่อกลับไปอ่านฎีกา”

“ข้าเพียงเตือน”

“อ้อ”

น้ำเสียงนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกล้อ

แก้มขาวอมชมพูจึงค่อย ๆ แดงขึ้น

“ท่านพ่อ!”

เจียงเหวินโจวหัวเราะ ก่อนยอมเลิกแกล้งบุตรสาว

เขาหันกลับไปมองเซี่ยจิ่งเหิงอีกครั้ง

“หากหว่านหว่านรบกวนเวลาอ่านหนังสือของเจ้า ก็บอกข้าได้”

เจียงหว่านอี๋เบิกตากว้าง

“ข้ารบกวนเขาที่ใด!”

เซี่ยจิ่งเหิงตอบพร้อมกัน

“คุณหนูไม่ได้รบกวนขอรับ”

รอบข้างเงียบลงเล็กน้อย เจียงหว่านอี๋หันไปมองเขา

เซี่ยจิ่งเหิงเองก็คล้ายเพิ่งรู้ว่าตอบเร็วเกินไป จึงหลุบตาลง

เจียงเหวินโจวมองเด็กทั้งสองสลับกัน แต่ไม่ได้กล่าวอะไร

“เช่นนั้นก็ดี”

เขาทิ้งไว้เพียงเท่านั้น ก่อนเดินกลับเรือนหน้า

พ่อบ้านรีบตามไป เมื่อเดินห่างออกมาพอสมควร

เจียงเหวินโจวจึงถามขึ้นโดยไม่หันกลับ

“หว่านหว่านเป็นคนขอให้ย้ายเรือนให้เขาจริงหรือ”

“ขอรับ”

“ยาเล่า”

“คุณหนูเป็นคนสั่งให้ส่งไปขอรับ”

“หนังสือ?”

พ่อบ้านตอบเพียง

“เรื่องนั้นนายท่านก็ทราบแล้วหรือขอรับ”

เจียงเหวินโจวหยุดฝีเท้า

“ยังมีหนังสือด้วย?”

พ่อบ้านรู้ตัวทันทีว่าพลาดไปแล้ว

ครู่หนึ่งจึงจำต้องเล่าเรื่องหนังสือที่เปียกและเล่มใหม่ออกมาอย่างย่อ ๆ

เจียงเหวินโจวฟังจนจบ สีหน้ากลับไม่ได้เคร่งเครียด

ตรงกันข้าม เขาคล้ายกำลังครุ่นคิด

“แปลกจริง”

พ่อบ้านไม่กล้าออกความเห็น

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เจียงเหวินโจวจึงถาม

“ช่วงนี้นางยังรังแกเขาอยู่หรือไม่”

คำถามนี้ตอบยากยิ่งกว่าเดิม

พ่อบ้านนึกถึงยา เรือนใหม่ หนังสือ และแปลงผัก

ก่อนนึกถึงน้ำเสียงของคุณหนูใหญ่

ยามออกคำสั่งเซี่ยจิ่งเหิง

“ยัง...รังแกอยู่กระมังขอรับ”

เจียงเหวินโจวหันกลับมามอง

“กระมัง?”

พ่อบ้านเงียบ แม้แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจแล้ว

เจียงเหวินโจวมองกลับไปทางลานเล็ก

ไกลออกไป บุตรสาวของเขากำลังยืนเท้าเอวพูดอะไรบางอย่างกับเซี่ยจิ่งเหิง นิ้วเล็กชี้ไปทางแปลงดินเป็นระยะ

ท่าทางยังเอาแต่ใจเหมือนเดิมทุกประการ

ดูอย่างไรก็เหมือนกำลังสั่งคน

เจียงเหวินโจวมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนพยักหน้ากับตนเอง

“ไม่เป็นไร”

พ่อบ้านมองนายท่านอย่างสงสัย

เจียงเหวินโจวหันกลับไปเดินต่อ

“ลูกข้าย่อมมีเหตุผลของนาง”

พ่อบ้านอ้าปาก

สุดท้ายกลับไม่ได้พูดอะไร

เขาเพียงก้มหน้าเดินตามอย่างเงียบ ๆ

พลางคิดในใจ

ในจวนแห่งนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าถามอีกแล้วว่า

เหตุใดคุณหนูใหญ่จึงถูกเลี้ยงมาจนมีนิสัยเช่นทุกวันนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป